ประกาศกระทรวงกลาโหม

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

-----------------------------------------

 

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 22 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546 กระทรวงกลาโหมจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังดังนี้

ข้อ 1  เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นในกรุงเทพมหานครหรือจังหวัดอื่นและอธิบดี           กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วแต่กรณี ได้ประกาศให้ภัยพิบัตินั้นเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยถือปฏิบัติดังต่อไปนี้

1.1  ให้คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติเหล่าทัพ (ก.ช.ภ.    เหล่าทัพ) คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกองบัญชาการทหารสูงสุด (ก.ช.ภ.บก.ทหารสูงสุด) หรือคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยกระทรวงกลาโหม (ก.ช.ภ.กห.) สั่งการให้หน่วยปฏิบัติเข้าให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพ          ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหรือปลัดกระทรวงกลาโหม ออกคำสั่งมอบหมายหน้าที่รับผิดชอบให้หน่วยปฏิบัติ

กรณีเร่งด่วนที่หน่วยปฏิบัติจำเป็นต้องออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติก่อนมีคำสั่งมอบหมาย ให้หน่วยปฏิบัติรายงานให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเหล่าทัพ (ศบภ.เหล่าทัพ) ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการทหารสูงสุด (ศบภ.บก.ทหารสูงสุด) ศูนย์บรรเทา            สาธารณภัยกระทรวงกลาโหม (ศบภ.กห.) หรือสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (สป.) ทราบ   โดยด่วน

1.2  หน่วยปฏิบัติจะต้องประมาณการความต้องการงบประมาณที่จะขอใช้เงิน    ทดรองราชการพร้อมรายละเอียดประกอบ ได้แก่ ประเภทของภัย วันเดือนปีที่เกิดภัย สถานที่    เกิดเหตุ จำนวนผู้ประสบภัย ความเสียหายโดยประมาณ การช่วยเหลือที่ต้องดำเนินการ และรายละเอียดความต้องการงบประมาณเสนอต่อ ศบภ.เหล่าทัพ ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงโดยค่าใช้จ่ายที่สามารถเบิกจ่ายได้ดังนี้

1.2.1  ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลา สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีคำสั่งให้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้เบิกจ่ายตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ

1.2.2  ค่าน้ำมัน ได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง และน้ำมันหล่อลื่น ให้เบิกจ่ายได้ตามเกณฑ์สิ้นเปลืองของยานพาหนะแต่ละชนิด และตามระยะทางในการใช้งาน

1.2.3  ค่าซ่อมย่อย ได้แก่ การซ่อมแซมยานพาหนะ อุปกรณ์เครื่องใช้ซึ่งชำรุดเสียหายในระหว่างปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้อยู่สภาพเดิม ตามที่จ่ายจริงโดยประหยัด

1.2.4  ค่าวัสดุที่จำเป็นในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ได้แก่ วัสดุที่ใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือนของผู้ประสบภัยพิบัติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบภัยพิบัติ และวัสดุที่ใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น กระสอบทราย ดิน ลูกรัง เสาเข็ม ไม้แบบ เป็นต้น ตามที่จ่ายจริง หลังละไม่เกิน 20,000 บาท

1.2.5  ค่าถุงยังชีพ ได้แก่ เครื่องอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต่อการดำรงชีพของผู้ประสบภัยพิบัติ ตามที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 500 บาทต่อถุง

1.2.6  ค่าใช้จ่ายในการจัดให้บริการรักษาพยาบาลแก่ประชาชนที่เจ็บป่วยจากภัยพิบัติในสถานพยาบาลหรือจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ไปให้บริการรักษาพยาบาลโรคทางกายและจิต ณ จุดเกิดเหตุให้เบิกจ่ายได้เท่าที่จ่ายจริงตามอัตราค่าบริการของสถานบริการสาธารณสุขที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ แต่ทั้งนี้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อคน

1.3  เมื่อ ศบภ.เหล่าทัพ ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ได้รับรายละเอียดประมาณการความต้องการงบประมาณจากหน่วยปฏิบัติ ให้ดำเนินการจัดประชุมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วแล้วนำเรียนขออนุมัติต่อผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือปลัดกระทรวงกลาโหม ตามอำนาจการอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ ที่ได้รับมอบอำนาจจากปลัดกระทรวงกลาโหม หากวงเงินในอำนาจการอนุมัติของผู้บัญชาการเหล่าทัพไม่เพียงพอให้รายงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติมไปยังกองบัญชาการทหารสูงสุดและกระทรวงกลาโหม ตามลำดับ เพื่อพิจารณาอนุมัติสั่งใช้เงินทดรองราชการในอำนาจของ            ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและปลัดกระทรวงกลาโหมต่อไป

1.4  ให้ ศบภ.เหล่าทัพ ศบภ.บก. ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห. ส่งผลการพิจารณาให้ความเห็นชอบงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติพร้อมด้วยหลักฐานการอนุมัติของผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หรือปลัดกระทรวงกลาโหม ตาม    ข้อ 1.3 ให้กรมการเงินเหล่าทัพและกรมการเงินทหาร เพื่อเสนอขอตั้งฎีกาเงินนอกงบประมาณ  เบิกเงินทดรองราชการมายังกรมการเงินกลาโหม

1.5  กรมการเงินกลาโหมตั้งฎีกาเงินนอกงบประมาณเบิกเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ โดยโอนเข้าบัญชีกรมการเงินเหล่าทัพ และกรมการเงินทหาร

1.6  เมื่อได้รับอนุมัติให้จ่ายเงินทดรองราชการ และหน่วยปฏิบัติได้จ่ายเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้หน่วยปฏิบัติจัดทำรายงานการใช้เงิน โดยให้หัวหน้าหน่วยงานตั้งแต่ระดับ       ผู้บังคับกองพันหรือเทียบเท่าขึ้นไปเป็นผู้รับรอง พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับส่งให้กรมการเงินเหล่าทัพ กรมการเงินทหาร หรือกรมการเงินกลาโหมโดยด่วนภายใน 30 วัน โดยแนบหลักฐาน ดังนี้

1.6.1  สำเนาบันทึกรายงานการประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของ ศบภ.เหล่าทัพ ศบภ.บก.ทหารสูงสุด หรือ ศบภ.กห.

1.6.2  บัญชีสรุปรายละเอียดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

1.6.3  สำเนาอนุมัติให้ใช้เงินทดรองราชการ

1.6.4  สำเนาฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ

1.7  กรมการเงินเหล่าทัพ หรือกรมการเงินทหาร ตรวจสอบหลักฐานใบสำคัญและส่งหลักฐานตามข้อ 1.6 ไปยังกรมการเงินกลาโหม เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการใช้จ่ายเงินแล้วสรุปผลการใช้จ่ายเงินดังกล่าวให้สำนักงบประมาณกลาโหมเพื่อขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป

ข้อ 2  การให้ความช่วยเหลือข้างต้น ให้การดำเนินการตามข้อตกลงในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่ได้จัดทำร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ และมีการประสานงานกันระหว่างส่วนราชการหน่วยงานอื่นของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอกชน      และองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือทั่วถึงไม่ซ้ำซ้อนกัน

ข้อ 3  ให้ ศบภ.เหล่าทัพ ศบภ.บก.ทหารสูงสุด รายงานผลการปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และ ศบภ.กห. ทราบ ทุก ๆ 15 วัน จนกว่าจะจบภารกิจ และให้ ศบภ.กห. สรุปรายงานผลการปฏิบัติงานให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมทราบด้วย

ข้อ 4  วิธีปฏิบัติอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546

 

 

                        ประกาศ ณ วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2547

               พลเอก     ธรรมรักษ์  อิศรางกูร ณ อยุธยา

                            (ธรรมรักษ์  อิศรางกูร ณ อยุธยา)

                            รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

 

กลุ่มงานกฎหมาย สำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย
Department of Disaster Prevention and Mitigation, Ministry of Interior Thailand