Printable Page

ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546

-------------------------

                        โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 21 (5) แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ.2502 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 1  ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2546”

ข้อ 2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

ข้อ 3  ให้ยกเลิก

(1)  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2538

                        (2)  ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2540

ข้อ 4  ระเบียบนี้ไม่ใช้บังคับกับการจ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในการรักษาความมั่นคงของประเทศ พ.ศ.2532 และระเบียบเงินทดรองของทางราชการทหาร

ข้อ 5  ในระเบียบนี้

“ภัยพิบัติ” หมายความว่า สาธารณภัยอันได้แก่ อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง ภาวะฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ฟ้าผ่า ภัยจากลูกเห็บ ภัยอันเกิดจากไฟป่า ภัยที่เกิดจากโรคหรือการระบาดของแมลงหรือศัตรูพืชทุกชนิด อากาศหนาวจัดผิดปกติ ภัยสงคราม และภัยอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ก่อการร้าย กองกำลังจากนอกประเทศ หรือจากการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ของทางราชการตลอดจนภัยอื่น ๆ ไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติ หรือมีบุคคลหรือสัตว์ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตร่างกายของประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือรัฐ

“ฉุกเฉิน” หมายความว่า เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนหรือเป็นที่คาดหมายว่าจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ และจำเป็นต้องรีบแก้ไขโดยฉับพลัน

“ผู้ประสบภัยพิบัติ” หมายความว่า บุคคลผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และให้หมายความรวมถึงส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในเขตพื้นที่นั้นด้วย

“การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร” ให้หมายความรวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านการปศุสัตว์และด้านการประมงด้วย

“การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย” หมายความว่าการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระยะสั้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัตินั้นสามารถช่วยตนเองได้ เช่น การให้ความช่วยเหลือเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนพิการซึ่งหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต พิการ หรือบาดเจ็บจากภัยพิบัติ การขนย้ายครอบครัว และการส่งเสริมอาชีพระยะสั้นแก่ครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เป็นต้น ตลอดจนการให้คำปรึกษาแนะนำ และการส่งต่อให้แก่หน่วยงานผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ อันเป็นการจำเป็นเพื่อให้การดำรงชีวิตเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

“การให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข” หมายความว่า การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติด้านกายและจิต ซึ่งประกอบด้วยการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรค การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการสาธารณสุขที่จำเป็นเพื่อให้การดำรงชีวิตเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

ข้อ 6  ให้ปลัดกระทรวงการคลังรักษาการตามระเบียบดังนี้

[1]ข้อ 6/1  การปฏิบัติในกรณีใดที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดไว้ หรือการยกเว้นการปฏิบัติในกรณีใดตามระเบียบนี้ ให้ส่วนราชการขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง

หมวด 1
เงินทดรองราชการ
_____________

ข้อ 7  ให้ส่วนราชการมีวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินสำหรับภัยพิบัติแต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์ ในการให้หรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในระหว่างที่ยังไม่ได้รับเงินงบประมาณรายจ่าย ดังนี้

(1)  สำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี                         100,000,000    บาท

      สำนักนายกรัฐมนตรี

(2)  สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม                   50,000,000    บาท

(3)  สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงการพัฒนาสังคม           10,000,000    บาท

       และความมั่นคงของมนุษย์

(4)  สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์      50,000,000    บาท

(5)  สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย                50,000,000    บาท

                        (6)  สำนักงานปลัดกระทรวง  กระทรวงสาธารณสุข              10,000,000    บาท

(7)  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย                           50,000,000    บาท

(8)  ที่ทำการปกครองจังหวัด แห่งละ                              50,000,000    บาท

ในการนี้ ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมมีอำนาจจัดสรรวงเงินทดรองราชการตาม (2) แก่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมตามความจำเป็นและเหมาะสม และให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจจัดสรรวงเงินทดรองราชการตาม (8) แก่อำเภอหรือกิ่งอำเภอตามความจำเป็นและเหมาะสมซึ่งแต่ละแห่งต้องไม่น้อยกว่า 500,000 บาท ต่อภัยพิบัติแต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์ ทั้งนี้ ให้แจ้งกระทรวงการคลังทราบด้วย

[2]กรณีเกิดภัยพิบัติฉุกเฉินรุนแรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจอนุมัติให้ขยายวงเงินทดรองราชการตามวรรคหนึ่ง และให้ส่วนราชการอื่นมีวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินได้ตามความเหมาะสมจำเป็น แล้วให้รายงานการอนุมัติดังกล่าวให้นายกรัฐมนตรีทราบ

ข้อ 8  การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการภายในวงเงินตามข้อ 7 ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่ง ดังต่อไปนี้

(1)  นายกรัฐมนตรี สำหรับกรณีตามข้อ 7 (1)

(2)  ปลัดกระทรวงกลาโหม สำหรับกรณีตามข้อ 7 (2)

(3)  ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำหรับกรณีตาม ข้อ 7(3)

(4)  ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับกรณีตามข้อ 7 (4)

(5)  ปลัดกระทรวงมหาดไทย สำหรับกรณีตามข้อ 7 (5)

(6)  ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับกรณีตามข้อ 7 (6)

(7)  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำหรับกรณีตามข้อ 7 (7)

(8)  ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับกรณีตามข้อ 7 (8) เว้นแต่การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการของอำเภอหรือกิ่งอำเภอภายในวงเงินที่จัดสรรให้ ให้เป็นอำนาจของนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี

ผู้มีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการตามวรรคหนึ่งอาจมอบหมายให้บุคคลอื่นอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการแทนตนก็ได้

[3]ในกรณีที่มีเหตุอันควรคาดหมายได้ว่าจะเกิดภัยพิบัติขึ้นในจังหวัดใด และมีความจำเป็นต้องเตรียมเงินสดไว้ เพื่อใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในวันหยุดราชการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นมีอำนาจเบิกเงินทดรองราชการตามข้อ 7 (8) ไว้เพื่อสำรองจ่ายได้ตามความเหมาะสมจำเป็นและเมื่อภัยพิบัติสิ้นสุดลงให้นำเงินที่เหลือส่งคืนคลัง

ข้อ 9  เมื่อส่วนราชการตามข้อ 7 ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว ให้การอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการสำหรับภัยพิบัติ   แต่ละครั้งหรือแต่ละเหตุการณ์สิ้นสุดลง

หมวด 2
คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
_____________

 

ข้อ 10  ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับอำเภอ หรือกิ่งอำเภอคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติอำเภอ” เรียกโดยย่อว่า “ก.ช.ภ.อ.” หรือ “คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกิ่งอำเภอ” เรียกโดยย่อว่า “ก.ช.ภ.กอ.” แล้วแต่กรณี ประกอบด้วย นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอเป็นประธานกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่เกี่ยวข้องหรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงกลาโหมหนึ่งคน ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหนึ่งคน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตอำเภอหรือกิ่งอำเภอนั้นหนึ่งคน เป็นกรรมการ และปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง เป็นกรรมการและเลขานุการ

 

ข้อ 11  ให้ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1)  สำรวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในอำเภอหรือกิ่งอำเภอแล้วแต่กรณี และความต้องการรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ของผู้ประสบภัยพิบัติ โดยจัดทำบัญชีเป็นประเภทไว้

(2) พิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

(3)  ประสานงานและร่วมดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. อื่น ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขึ้นในหลายอำเภอหรือหลายกิ่งอำเภอ

(4)  รายงานผลการสำรวจตาม (1) และการแก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้วให้ ก.ช.ภ.จ. ทราบหรือเพื่อพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป

ข้อ 12  ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติระดับจังหวัดคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด” เรียกโดยย่อว่า “ก.ช.ภ.จ.”  ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกรรมการ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องหรือผู้แทน ผู้แทนกระทรวงกลาโหมหนึ่งคน ผู้แทนกรมป้องกันและบรรเทา         สาธารณภัยหนึ่งคน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนั้นหนึ่งคน เป็นกรรมการ และปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ

ข้อ 13  ให้ ก.ช.ภ.จ. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(1)  สำรวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในจังหวัดและความต้องการรับความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ของผู้ประสบภัยพิบัติ

(2)  พิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

(3)  ระดมสรรพกำลัง ควบคุม เร่งรัด และประสานงานระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ      ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยพิบัติได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน

(4)  พิจารณาอนุมัติค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติสำหรับ          ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ แต่จำเป็นต้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามมติของ ก.ช.ภ.จ.

(5)  จัดทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ กำลังคน อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ ยานพาหนะ และอื่น ๆ ที่จำเป็นจากส่วนกลางในกรณีภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้น     เกินกว่าความสามารถของจังหวัด

(6)  ประสานงานและร่วมดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกับ ก.ช.ภ.จ. อื่น    ในกรณีภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นในหลายจังหวัด

(7)  รายงานความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินที่เกิดขึ้นในจังหวัด การแก้ไขความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว และโครงการขอรับการสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจากส่วนกลาง ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทราบหรือเพื่อพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่อไป

ข้อ 14  การประชุมคณะกรรมการตามข้อ 10 หรือข้อ 12 ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ในการประชุมคราวใด ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

มติของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานลงคะแนนเสียงอีกหนึ่งเสียง เป็นเสียงชี้ขาด

หมวด 3
การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
________________

ข้อ 15  การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวางหลักเกณฑ์สำหรับส่วนราชการในการดำเนินการช่วยเหลือโดยเร่งด่วนตามความจำเป็นและเหมาะสมเมื่อเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขึ้นในท้องที่หนึ่งท้องที่ใด โดยมุ่งหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของผู้ประสบภัยพิบัติ แต่มิได้มุ่งหมายที่จะชดใช้ความเสียหายให้แก่ผู้ใด

ข้อ 16  เมื่อภัยพิบัติเกิดขึ้นในท้องที่ใด หากเป็นกรณีฉุกเฉิน ให้ดำเนินการประกาศให้ภัยพิบัตินั้นเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1)  กรณีเกิดในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

(2)  กรณีเกิดในจังหวัดอื่น ให้เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

การประกาศให้ภัยพิบัติใดเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ต้องกำหนดพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติดังกล่าวและระยะเวลาของการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้นด้วย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 17  เมื่อได้มีการประกาศตามข้อ 16 แล้ว ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวดนี้

ข้อ 18  เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอาจกำหนดประเภทภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขนาดเล็กหรือเฉพาะหน้าก็ได้

ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขนาดเล็กหรือเฉพาะหน้าตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนด ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติได้ทันทีตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในหมวดนี้ และให้ผู้มีอำนาจตาม   ข้อ 16 ดำเนินการประกาศให้ภัยพิบัตินั้นเป็นภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในภายหลังโดยเร็ว

ข้อ 19  การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1)  ให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอนุมัติการจ่ายเงินทดรองราชการ เว้นแต่การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 8 (3) (4) หรือ (6) แล้วแต่กรณี อนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการ

(2)  ในกรณีที่วงเงินทดรองราชการในอำนาจอนุมัติจ่ายของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่เพียงพอ ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และถ้าเงินที่ได้รับการสนับสนุนดังกล่าวยังไม่เพียงพออีก ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

(3)  ในกรณีที่วงเงินทดรองราชการของส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) ไม่เพียงพอ ให้ส่วนราชการดังกล่าวขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

ข้อ 20  การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในอำเภอหรือกิ่งอำเภอ หรือในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ดำเนินการตามมติของคณะกรรมการตามข้อ 10 หรือ     ข้อ 12 แล้วแต่กรณี เว้นแต่กรณีตามข้อ 18 หรือเป็นการให้ความช่วยเหลือโดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม ให้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือได้ทันที และรายงานคณะกรรมการดังกล่าวต่อไป

ในกรณีที่ไม่สามารถประชุมคณะกรรมการตามข้อ 10 หรือข้อ 12 ได้ทันท่วงที ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณีเห็นว่าความเสียหายดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ก็ให้มีอำนาจพิจารณาอนุมัติให้ความช่วยเหลือไปก่อนได้

ข้อ 21  การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในแต่ละอำเภอหรือกิ่งอำเภอให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแต่กรณี อนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติภายในวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรรให้

ถ้าปรากฏว่ามีความจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติมากกว่าวงเงินที่ได้รับจัดสรร ให้ดำเนินการตามลำดับ ดังต่อไปนี้

(1)  ให้อำเภอหรือกิ่งอำเภอขอรับการสนับสนุนโดยตรงต่อจังหวัด และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการของจังหวัด เพื่อสนับสนุนการดังกล่าวตามมติ   ก.ช.ภ.จ.

(2)  ในกรณีที่วงเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจอนุมัติจ่ายของผู้ว่าราชการจังหวัดมีไม่เพียงพอ ให้จังหวัดดำเนินการขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือในจำนวนเงินส่วนที่เกินโดยตรงจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เว้นแต่การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร และการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุขให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) แล้วแต่กรณี

(3)  ในกรณีที่วงเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีไม่เพียงพออีก ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และถ้าวงเงินยังไม่เพียงพออีกให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

(4)  ในกรณีที่วงเงินทดรองราชการของส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) มีไม่เพียงพอ ให้ส่วนราชการดังกล่าวขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

[4](5)  ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ส่วนราชการส่วนกลางที่มีเงินทดรองราชการตามข้อ 7 มีอำนาจโอนเงินดังกล่าวให้แก่ที่ทำการปกครองจังหวัด เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปใช้จ่ายตามภารกิจในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของส่วนราชการเจ้าของเงิน โดยไม่ต้องให้จังหวัดขอรับการสนับสนุนก่อนได้

[5]การโอนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติให้แก่จังหวัดให้ดำเนินการตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

ข้อ 22  การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติของกระทรวงกลาโหมทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(1)  ให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมที่ได้รับมอบหมายดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามข้อตกลงร่วมกันระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อนกัน

(2)  ให้ปลัดกระทรวงกลาโหมอนุมัติจ่ายเงินทดรองราชการตามข้อ 7 (2) หรือ ข้อ 7 วรรคสองแล้วแต่กรณี เพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กระทรวงกลาโหมกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

ข้อ 23  ถ้าส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งไม่มีวงเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือหรือถูกสั่งการให้ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติดังนี้

(1)  กรณีภัยพิบัติฉุกเฉินเกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เว้นแต่การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ประสบภัย การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตร หรือการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการ ตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) แล้วแต่กรณี

(2)  กรณีภัยพิบัติฉุกเฉินเกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากที่ทำการปกครองจังหวัดนั้น

ข้อ 24  การขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือตามข้อ 19 ข้อ 21 และ  ข้อ 23 ให้ทำเป็นหนังสือซึ่งอย่างน้อยให้มีรายการดังต่อไปนี้

(1)  ประเภทของภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

(2)  วัน เดือน ปีที่เกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และวัน เดือน ปีที่เกิดความเสียหาย

(3)  สถานที่เกิดเหตุ (ให้ระบุชื่อถนน หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ)

(4)  จำนวนผู้ประสบภัยพิบัติโดยประมาณ

(5)  ความเสียหายโดยประมาณ เช่น จำนวนบ้านเรือนที่เสียหาย ทรัพย์สินที่เสียหาย รวมทั้งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยประมาณ จำนวนผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต เป็นต้น

(6)  การช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

(7)  ความต้องการในการขอรับความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือ

กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนไม่อาจขอรับการสนับสนุนเป็นหนังสือได้ ให้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือโดยเครื่องมือสื่อสารใด ๆ หรือโดยวิธีอื่นใด และให้ยืนยันเป็นหนังสือในภายหลังโดยด่วนที่สุด

ข้อ 25  ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือโดยด่วน ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือหน่วยงานนั้นยื่นขอรับความช่วยเหลือต่อ

(1)  กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือกระทรวงกลาโหมหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม สำหรับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร

(2)  จังหวัดหรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหม สำหรับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น

ข้อ 26  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้ส่วนราชการบริหารการเงินและการพัสดุตามที่กำหนดในระเบียบนี้จนกว่าจะสามารถปฏิบัติตามระเบียบปกติได้ โดยให้ประสานงานระหว่างส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐด้วยกันกับเอกชนและองค์กรการกุศลที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปโดยทั่วถึงและไม่ซ้ำซ้อน 

หมวด 4
การจ่ายและการชดใช้เงินทดรองราชการ
_______________

ข้อ 27  การจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินให้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

หากมีความจำเป็นต้องจ่ายนอกเหนือหลักเกณฑ์ตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังก่อน

ข้อ 28  เมื่อผู้มีอำนาจตามข้อ 8  อนุมัติการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแล้ว ให้ส่วนราชการตามข้อ 7 เบิกเงินจากคลังเป็นเงินทดรองราชการเพื่อรองจ่ายไปพลางก่อนตามที่กำหนดในระเบียบนี้

ข้อ 29  ในการจ่ายเงินรายใด ผู้รับเงินมิได้ออกใบเสร็จรับเงินให้ไว้เป็นหลักฐาน หรือมิได้ลงลายมือชื่อไว้ในสมุดทะเบียนที่ใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินของทางราชการ ให้ผู้รับเงินทำใบสำคัญรับเงินตามระเบียบของทางราชการ

ข้อ 30  เมื่อส่วนราชการได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินไปแล้ว ให้รีบดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในหมวดนี้ และเมื่อได้รับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายแล้วให้เบิกเงินงบประมาณรายจ่ายดังกล่าวโดยวิธีเบิกหักผลักส่งเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการโดยเร็ว

ข้อ 31  เมื่อส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) (6) หรือ (7) ได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในกรุงเทพมหานครไปแล้ว ให้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่ง   ผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ 8 (3) (4) (6) หรือ (7) รับรองแล้วแต่กรณี และให้เก็บหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับไว้ที่ส่วนราชการนั้น เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

ในกรณีที่มีการขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือ ให้ส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) (6) หรือ (7) จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งผู้มีอำนาจอนุมัติตามข้อ 8 (3) (4) (6) หรือ (7) รับรอง แล้วแต่กรณี และส่งให้แก่ส่วนราชการที่ให้การสนับสนุนพร้อมสำเนาหลักฐานใบสำคัญ ทั้งนี้ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการสนับสนุนที่ได้รับจากส่วนราชการนั้น เพื่อให้ดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป

ข้อ 32  การชดใช้เงินทดรองราชการสำหรับจังหวัด ให้ดำเนินการดังนี้

(1)  เมื่ออำเภอหรือกิ่งอำเภอได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่ได้รับจัดสรรจากผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว ให้อำเภอหรือกิ่งอำเภอจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งนายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอรับรอง และส่งให้แก่จังหวัดพร้อมหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับ และมติ ก.ช.ภ.อ. หรือ ก.ช.ภ.กอ. เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป 

(2)  เมื่อจังหวัดได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจอนุมัติของผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้ว ให้จังหวัดจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับรอง แล้วส่งให้แก่   กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมมติ ก.ช.ภ.จ. เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการดังกล่าว สำหรับหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับให้จังหวัดเก็บรักษาไว้เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

(3)  เมื่อจังหวัดได้ใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่ได้รับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากส่วนกลางไปแล้ว ให้จังหวัดจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดรับรอง และส่งให้แก่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) แล้วแต่กรณีพร้อมมติ ก.ช.ภ.จ. เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการดังกล่าว สำหรับหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับ ให้จังหวัดเก็บรักษาไว้เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ ทั้งนี้ ให้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินทดรองราชการที่ส่งให้แก่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในกรณีนี้แยกต่างหากจาก (2)

ข้อ 33  ในกรณีที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือส่วนราชการตามข้อ 7 (3) (4) หรือ (6) ได้ขอรับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการอื่นตามข้อ 21 (3) และ (4) ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหรือส่วนราชการดังกล่าว แล้วแต่กรณี ส่งเอกสารหลักฐานตามข้อ 32 (3) ให้แก่ส่วนราชการอื่นนั้น เฉพาะส่วนที่เป็นการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการอื่นนั้น เพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป

ข้อ 34  กรณีกระทรวงกลาโหม เมื่อผู้ที่ปลัดกระทรวงกลาโหมมอบหมายได้จ่ายเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งหัวหน้าหน่วยงานนั้นรับรอง และส่งให้แก่สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม พร้อมหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับเพื่อดำเนินการขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการต่อไป

ข้อ 35  เมื่อส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งได้รับการสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือตามข้อ 23 ได้จ่ายเงินทดรองราชการไปแล้ว ให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐนั้นจัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินซึ่งหัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานนั้นรับรองและส่งให้แก่ส่วนราชการที่ให้การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือหรือจังหวัด แล้วแต่กรณี พร้อมกับหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับเพื่อเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้เงินทดรองราชการ

ให้ส่วนราชการที่ให้การสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือหรือจังหวัด แล้วแต่กรณีเก็บรักษาหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับที่ได้รับ เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ

ข้อ 36  การจัดทำรายงานการจ่ายเงินทดรองราชการ ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด

ให้ส่วนราชการซึ่งเป็นผู้จัดทำรายงานจัดส่งสำเนารายงานไปยังกรมบัญชีกลางและสำนักงบประมาณ แห่งละหนึ่งชุด

ข้อ 37  ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ หรือจังหวัดเก็บรักษาหลักฐานใบสำคัญต้นฉบับที่มีอยู่หรือที่ได้รับ เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบต่อไป

ข้อ 38  ในกรณีที่เกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินขึ้นในเดือนสิงหาคมและกันยายน และได้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติไปแล้ว แต่ไม่สามารถจัดงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทดรองราชการในปีงบประมาณได้ทัน ให้นำไปขอรับการจัดสรรเงินงบประมาณรายจ่ายชดใช้ในปีงบประมาณถัดไปโดยให้ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ได้รับอนุมัติให้ก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

ข้อ 39  วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินในเรื่องใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ ถือปฏิบัติตามระเบียบปกติของทางราชการ

หมวด 5
การจัดหาและการควบคุมพัสดุ
_______________

ข้อ 40  การจัดหาพัสดุเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบนี้ ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 8 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็น เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาเจรจาต่อรองและตกลงราคากับผู้มีอาชีพขายหรือรับจ้างทำงานนั้นโดยตรงในราคาซึ่งไม่สูงกว่าราคาตลาดของท้องที่ในช่วงเวลาที่ภัยพิบัติเกิดขึ้น และเมื่อดำเนินการตกลงราคาพัสดุแล้ว ให้รายงานต่อผู้มีอำนาจตามข้อ 8 เพื่อพิจารณาอนุมัติและออกใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้าง

หากการดำเนินการตามวรรคหนึ่งจะไม่ทันต่อเหตุการณ์ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง พิจารณาดำเนินการจัดซื้อหรือจัดจ้างไปก่อนได้ภายในวงเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้มีอำนาจตามข้อ 8 ในโอกาสแรกที่ทำได้

ข้อ 41  ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 8 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนตามความจำเป็นเพื่อทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุที่จัดหามาตามข้อ 40 เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องใช้พัสดุนั้นโดยเร็วเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในการจัดหาพัสดุจะทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุที่จัดหามานั้นด้วยก็ได้

ข้อ 42  ให้ผู้มีอำนาจตามข้อ 8 แต่งตั้งเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหรือหลายคนทำหน้าที่จัดทำบัญชีรับ-จ่ายพัสดุ โดยแสดงรายการและจำนวนพัสดุ พร้อมกับรายชื่อหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับมอบพัสดุไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

เมื่อกรณีฉุกเฉินสิ้นสุดลงและสามารถปฏิบัติตามระเบียบปกติได้แล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่งดำเนินการสำรวจพัสดุที่คงเหลืออยู่ทั้งหมด และให้นำพัสดุคงเหลือไปลงบัญชีพัสดุหรือทะเบียนครุภัณฑ์ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุต่อไป 

บทเฉพาะกาล
_________ 

ข้อ 43  การใช้เงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินสำหรับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลัง     ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2538

ข้อ 44  ในระหว่างที่ยังมิได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบนี้ ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2538 ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติตามระเบียบนี้

ข้อ 45  ในระหว่างที่ยังมิได้กำหนดแบบและเงื่อนไขรายงานการใช้จ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้ ให้ใช้แบบรายงานการจ่ายเงินทดรองราชการที่กรมบัญชีกลางกำหนดตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2538 ไปพลางก่อนจนกว่าจะมีการกำหนดแบบและเงื่อนไขรายงานการใช้จ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ.2546

(ลงชื่อ)  ร้อยเอกสุชาติ  เชาว์วิศิษฐ

(สุชาติ  เชาว์วิศิษฐ)

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

[1] ข้อ 6/1 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549

[2] วรรคสามของข้อ 7 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อ     ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549

[3] วรรคสามของข้อ 8 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549

[4] (5) ของข้อ 21 แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549

[5] วรรคสามในข้อ 21 แก้ไขโดยระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2549

 

 

 

ขึ้นบน
ส่วนกฎหมาย สำนักมาตรการป้องกันสาธารณภัย
3/12 ถ.อู่ทองนอก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร 10300
โทร: 02-637-3000 ต่อ 3367-80
Department of Disaster Prevention and Mitigation, Ministry of Interior Thailand, All rights reserved.